ตั้งให้กาหลงเป็นเว็บแรกที่คุณเลือก เก็บกาหลงไว้เป็นเว็บโปรด
เข้าสู่ระบบ สมัครเป็นสมาชิกกับกาหลง
Khalong Amulet
ดู: 10881|ตอบ: 10
ซ่อนแถบด้านข้าง

ประวัติและความเป็นมาของพระกริ่งวัดช้าง บ้านนา นครนายก

[คัดลอกลิงก์]
tonbanna โพสต์เมื่อ 10-11-2010 11:30 | แสดงโพสต์ทั้งหมด |โหมดอ่าน
แก้ไขล่าสุด tonbanna เมื่อ 10-11-2010 11:31

                                        ตำนานพระกริ่งวัดช้าง
พระกริ่งวัดช้าง ๒๔๘๔ ของ สมเด็จพระสังฆราช (แพ) วัดสุทัศนฯ ซึ่งได้ประกอบพิธีเททองหล่อ พร้อมกับ พระกริ่งพุทธนิมิต โดยในส่วนของพระกริ่งวัดช้างนั้น เป็น การขออนุญาตสร้างของ พระครูหนู (อาจารย์นิรันตร์ แดงวิจิตร)

จำนวนสร้าง ๔๐๐ องค์ เพื่อให้ลูกศิษย์ ทำบุญนำปัจจัยที่ได้ถวายวัดช้างเพื่อนำรายได้ก่อสร้างโรงเรียนวัดช้าง อ.บ้านนา จ.นครนายก อันเป็นวัดบ้านเกิดของ พระครูหนู

** เป็นธรรมเนียมอย่างหนึ่งของการสร้างพระกริ่ง ที่มักจะต้องมีการสร้างพระชัยวัฒน์ ควบคู่กัน ด้วยเสมอ โดยมีจุดประสงค์เพื่อ ให้ใช้ติดตัว ส่วนพระกริ่ง ให้เอาไว้บูชาที่บ้าน และไว้ทำน้ำพระพุทธมนต์ เมื่อถึงคราวจำเป็น แต่นักนิยมพระในทุกวันนี้ กลับนำ พระกริ่ง เลี่ยมขึ้นคอก็มี เมื่อวันที่ ๓ พฤศจิกายน ๒๔๘๔ (วันเพ็ญเดือน ๑๒)

สมเด็จพระสังฆราช (แพ) วัดสุทัศนฯ ได้ประกอบพิธีเททองหล่อ พระกริ่งพุทธนิมิต จำนวน ๓๐ องค์ พระครูหนู (อาจารย์นิรันตร์ แดงวิจิตร) เห็นว่า มีจำนวนสร้าง น้อยมาก ศิษย์วัดสุทัศนฯ อื่นๆ ที่อยากได้พระ ไว้บ้างก็อาจจะอดก็ได้ จึงได้ขอ อนุญาตเจ้าประคุณ สมเด็จฯ ขอสร้าง พระกริ่ง ขึ้นมาอีกจำนวนหนึ่ง (๔๐๐ องค์) ในพิธีเดียวกันนี้ เพื่อให้ลูกศิษย์ ที่มีจิตศรัทธาสนใจได้ช่วยกันทำบุญ จะได้นำปัจจัยไปถวาย วัดช้าง อ.บ้านนา จ.นครนายก อันเป็นวัดบ้านเกิดของ พระครูหนู

พระกริ่ง จำนวนนี้จึงเรียกกันว่า พระกริ่งวัดช้าง เป็นพระกริ่งหล่อ แบบใต้ฐานตัน แล้วเจาะรูทีหลัง เพื่อบรรจุ เม็ดกริ่ง และ ผงพุทธคุณ ที่พิเศษแปลกกว่า พระกริ่งรุ่นอื่นใดก็คือได้ บรรจุเส้นพระเกศา ของ เจ้าประคุณสมเด็จฯ ไว้ด้วย นับเป็นพระกริ่ง รุ่นแรกและรุ่นเดียวที่มีสิ่งอันเป็นสิริมงคลนี้

พระกริ่ง-พระชัยวัฒน์ วัดช้าง ปี 2484
002.jpg
004.jpg
005.jpg
008.jpg
006.jpg
ผู้สนใจบูชาเครื่องรางเสน่ห์มหานิยม www.khalong.com โปรดสมัครเป็นสมาชิกของเมืองเสน่ห์กาหลง..ฟรี ระวัง!! อย่าหลงเป็นเหยื่อซื้อของขลังกับุคคลจรจัดที่ไม่ได้อยู่สถานะ 'ฑูตเสน่ห์แห่งเมืองกาหลง' ผู้สนใจจำหน่ายเครื่องราง-พระเครื่อง โปรดสมัครเป็น 'ฑูตเสน่ห์แห่งเมืองกาหลง' ด่วน!! เฉพาะ L Package 1,200.-/ปี รับสิทธิ โชว์เบอร์โทรศัพท์ต่อท้ายกระทู้ฟรี! ผู้สนใจต้องการคำแนะนำ หรือปรึกษาเกี่ยวกับเครื่องรางเสน่ห์มหานิยมแบบรุนแรง (แม่ยั่วเมือง) ติดต่อ โชว กาหลง 08 9823 2665
 เจ้าของ| tonbanna โพสต์เมื่อ 10-11-2010 11:37 | แสดงโพสต์ทั้งหมด
สู่ยุคพระครูธวัชภัทราภรณ์ (อ.ต๊ะ) อดีตเจ้าอาวาสวัดช้าง

พระครูธวัชภัทราภรณ์ หรือ พระอาจารย์ต๊ะ” อดีตเจ้าอาวาสวัดช้าง ซึ่งเป็นผู้สืบทอดตำนานการสร้าง “พระกริ่งใหญ่ วัดช้าง” อันลือลั่น เป็นที่รู้จักกันดีในวงการผู้ที่นิยมพระกริ่งในเมืองไทย ทั้งนี้พระกริ่งวัดช้างถือเป็นพระกริ่งที่มีความเป็นมาเกี่ยวพันกับท่านเจ้าประคุณสมเด็จพระสังฆราช(แพ) วัดสุทัศน์เทพวราราม

ท่านพระครูธวัชภัทราภรณ์ หรือพระอาจารย์ต๊ะ เข้าดำรงตำแหน่งเป็นเจ้าอาวาสวัดช้างลำดับ ที่ ๙ หลังจากที่พระจารย์ต๊ะ เข้ารับตำแหน่งแล้ว ก็ได้ดำริที่จะให้มีการจัดสร้างพระกริ่งใหญ่ของวัดช้าง ขึ้นมาอีกครั้ง หลังจากที่มีเคยการจัดสร้างพระกริ่งใหญ่วัดช้างขึ้นมาแล้วครั้งหนึ่ง ซึ่งการสร้างพระกริ่งใหญ่วัดช้างในครั้งนั้น เกิดขึ้นโดยท่านอาจารย์นิรันดร์ แดงวิจิตร หรืออาจารย์หนู ได้กราบทูลขอท่านเจ้าประคุณสมเด็จพระสังฆราช(แพ) ให้มีการสถาปนา จัดสร้างพระกริ่งวัดช้างขึ้นมา เพื่อหารายได้มาใช้ในการก่อสร้างโรงเรียนวัดช้าง ซึ่งองค์สมเด็จพระสังฆราช(แพ) ก็ทรงพระเมตตา ประทานอนุญาต ตามคำกราบทูลขอ และได้ดำเนินจัดสร้างขึ้น โดยกำหนดให้มีการเททองหล่อพระกริ่ง ขึ้นในวันเพ็ญกลางเดือนสิบสอง ปีพุทธศักราช ๒๔๘๔ ซึ่งตรงวันประสูติของสมเด็จพระสังฆราช(แพ) และทรงเสด็จพระดำเนินมาเป็นองค์ประธานในพิธี ณ พระอุโบสถวัดสุทัศน์ฯ อีกด้วย

การจัดสร้างพระกริ่งใหญ่วัดช้าง ขึ้นอีกในครั้งนี้ แต่เดิมพระอาจารย์ต๊ะดำริที่จะจัดสร้างรูปหล่อจำลององค์หลวงพ่อดำซึ่งเป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัยของวัดสุทัศน์ฯ ให้ประดิษฐานอยู่ที่วัดช้างเพื่อให้ประชาชนโดยทั่วไปได้กราบไว้บูชา การจัดสร้างองค์หลวงพ่อดำนั้น อาจารย์ต๊ะ ได้ให้ช่างออกแบบขยายใหญ่ ขนาดหน้าตัก ๙ ศอก สูง ๑๓ ศอก แต่การจัดสร้างมีอุปสรรคมากมาย เริ่มตั้งแต่การปั้นหุ่นพระ ก็ต้องปั้นแล้วปั้นอีก เป็นเวลานานถึง ๒ ปีจึงสามารถปั้นจนแล้วเสร็จ แล้วจึงได้ทำพิธีเททองหล่อองค์หลวงพ่อดำ ซึ่งต่อมาพระเดชพระคุณพระวิสุทธาธิบดี เจ้าอาวาสวัดสุทัศน์ ประทานพระนามว่า “หลวงพ่อพระพุทธมหามุณีศรีวรเขตนายก สาธกสรรพมงคลมหาชนอภิปูชะนี”

เมื่อหลวงพ่อดำ สร้างแล้วเสร็จ ก็มีปัญหาตามมาเนื่องจากหลวงพ่อดำเป็นพระพุทธรูปขนาดใหญ่ จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีการสร้างวิหารครอบ แต่ยังขาดทุนทรัพย์อีกเป็นจำนวนมากในการก่อสร้าง พระอาจารย์ต๊ะจึงได้ตั้งจิตอธิฐานขอให้พบกับผู้มีบุญมีจิตศรัทธามาร่วมสร้างบุญกับท่าน

แล้วท่านก็สมความปรารถนา เมื่ออาจารย์ต๊ะได้พบกับพระวิสุทธาธิบดี เจ้าอาวาสวัดสุทัศน์ จึงได้ปรึกษาหารือถึงการก่อสร้างวิหารครอบหลวงพ่อดำ ซึ่งเป็นช่วงที่ทางวัดสุทัศน์ฯ กำลังจะจัดสร้างพระกริ่งจักรพรรดิ เพื่อฉลองชนมายุ ๗๑ พรรษาของพระวิสุทธาธิบดี พระอาจารย์ต๊ะจึงได้ถวายตำราและแนะนำให้พระเดชพระคุณเจ้าอาวาสวัดสุทัศน์เทพวราราม ได้ทำการเฉลิมพระนามพระพุทธเจ้า เพิ่มจากเดิมในสมัยกรมหลวงมรุพงษ์ศิริพัฒน์ รวมเป็น ๖๗๒ พระนาม ทั้งยังรับอาสาเป็นแม่งานในการจาร “พระนามแดง” ( เป็นภาบาลีขอม) ลงในใต้ฐานองค์พระกริ่งจักรพรรดิ

นอกจากนี้ยังได้ถวายมณฑลพิธีวัดช้างให้เป็นสถานที่เททองหล่อพระกริ่งจักรพรรดิ อีกทั้งพระอาจารย์ต๊ะ ยังได้ถวายชนวนมวลสาร แร่ธาตุของพระกริ่งรุ่นเก่าของวัดสุทัศน์ ที่ท่านอาจารย์หนู ผู้เป็นคุณตาเก็บรักษาไว้ ให้นำไปหล่อเป็นพระกริ่งจักรพรรดิ ซึ่งมีทั้งชนวนก้าน ชนวนแผ่นและชนวนเม็ด จำนวนเป็นกระสอบๆ

จนถึงวันเพ็ญขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๒ พุทธศักราช ๒๕๔๔ ณ ตำหนักสมเด็จพระสังฆราช(แพ) คณะ ๖ วัดสุทัศน์เทพวราราม ซึ่งเป็นวันไหว้ครูของท่านอาจารย์นิรันดร์(หนู) ซึ่งในวันนั้นตรงกับวันสถาปนาพระกริ่งวัดช้าง (พ.ศ.๒๔๘๔) ซึ่งเป็นรุ่นแรก และยังตรงกับวันประสูติของสมเด็จพระสังราช(แพ) อีกด้วย โดยในวันนั้นพระวิสุทธาธิบดี ได้มีเมตตาอนุญาตให้พระอาจารย์จัดสร้างพระกริ่งวัดช้าง ขึ้นมาอีก ๑ รุ่น รวมทั้งมอบต้นแบบพิมพ์พระกริ่งใหญ่ ให้กับพระอาจารย์ต๊ะ และท่านอาจารย์หนูไปจัดสร้างพระกริ่งใหญ่วัดช้าง โดยมีวัตถุประสงค์ ๓ ประการ คือ

๑.เพื่อเป็นอนุสรณ์ครบรอบ ๖๐ ปี ที่อาจารย์นิรันดร์(หนู)ได้ทูลขอท่านเจ้าประคุณสมเด็จพระสังฆราช(แพ) ให้มีการสถาปนาพระกริ่งวัดช้างขึ้น ณ.วัดสุทัศน์เทพวราราม พุทธศักราช ๒๔๘๔

๒. เพื่อมอบเป็นพุทธานุสรณ์ให้แก่พุทธศาสนิกชนที่ร่วมทำบุญ สนับสนุนการสร้างพระพุทธรูปใหญ่และวิหาร วัดช้าง

๓. เพื่อสืบอายุพระพุทธศาสนา

ในค่ำคืนวันนั้นพระครูวัชภัทราภรณ์ หรือพระอาจาร์ต๊ะและพระคณาจารย์ผู้ทรงวิทยาคม ได้ร่วมกันการจารแผ่นพระยันต์ ๑๐๘ เพื่อเตรียมไว้ในการทำพิธีเททองหล่อพระกริ่งใหญ่วัดช้าง และมีพิธีพุทธาภิเษกน้ำทิพย์มนต์ ที่พระวิสุทธาธิบดีได้จัดถวายน้ำสรงรูปเหมือนท่านเจ้าประคุณสมเด็จพระสังฆราช(แพ) ณ พระอุโบสถวันสุทัศน์เทพวราราม หลังเสร็จพิธี ได้มีการแจกน้ำทิพย์มนต์ในคืนศิวาราตรีนั้นให้แก่พุทธศาสนิกชนที่มาร่วมในพิธีกันเป็นจำนวนมากอีกด้วย

จากนั้นในวันที่ ๒๖ มกราคม พุทธศักราช ๒๕๔๕ ตรงกับวันเสาร์ขึ้น ๑๔ ค่ำ เดือน ๓ ปีมะเส็ง มงคลฤกษ์ ๑๘.๕๕ น.ได้ประกอบพิธีเททองหล่อพระกริ่งใหญ่วัดช้าง โดยทำพิธีเททองหล่อร่วมกับพิธีเททองหล่อพระกริ่งจักรพรรดิและเททองหล่อพระพุทธรูปใหญ่องค์หลวงพ่อดำ(ส่วนพระเกศ) ซึ่งมีพระเดชพระคุณพระวิสุทธาธิบดี เจ้าอาวาสวัดสุทัศน์เทพวราราม เป็นองค์ประธานในพิธี

เมื่อทำการเททองหล่อพระกริ่งใหญ่วัดช้างเรียบร้อยแล้ว จึงได้ทำการประกอบพิธีพุทธาภิเษก เมื่อวันที่ ๒-๓ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๔๕ โดยพระวิสุทธาธิบดี เป็นองค์ประธาน มีพระเถรานุเถระผู้ทรงวิทยาคมร่วมพิธีจำนวนมาก ซึ่งพระกริ่งใหญ่วัดช้างรุ่นนี้ได้ทำการบรรจุเกศาและผงพุทธคุณของพระเดชพระคุณพระวิสุทธาธิบดีไว้ทุกองค์ มีจำนวนทั้งสิ้น ๒๕๔๕ องค์ แบ่งเป็นแบบก้นถ้วย ๕๖๐ องค์ และก้นเรียบ ๑๙๘๕ องค์

หลังจากเสร็จพิธีพุทธาภิเษก แล้วมีการเปิดให้ประชาชนบูชา ปรากฏว่าได้มีคลื่นประชาชนจำนวนมาก ต่างหลั่งไหลมาจากทั่วทุกสารทิศเพื่อเช่าบูชาพระกริ่งใหญ่ จนบริเวณวัดและบริเวณใกล้เคียงเนืองแน่นไปด้วยศาสนิกชน นับเป็นเหตุการณ์สำคัญอีกครั้งหนึ่งที่ได้มีการบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์ของวัดช้าง

เมื่อองค์จำลองพระพุทธรูปใหญ่(หลวงพ่อดำ)ได้มีการหล่อเสร็จสมบูรณ์ จากเงินรายได้ในการให้บูชาพระกริ่งใหญ่วัดช้าง อันถือเป็นความภาคภูมิใจและเป็นวาระอันเป็นมหากุศลอย่างยิ่งของพระอาจารย์ต๊ะ หรือ พระครูธวัชภัทราภรณ์ ที่ได้ตั้งมั่นในการดำเนินการจัดสร้าง จึงเป็นเสมือนการยกภูเขาออกจากอก จนท่านถึงกับเคยเอ่ยปากกับคนใกล้ชิดว่า “ภาระเสร็จแล้ว สบายแล้ว จะไปแล้ว จะไปพักผ่อนแล้ว ” ซึ่งหลังจากที่ท่านพระอาจารย์ปรารภเพียงไม่กี่วัน คือวันที่ ๒๐ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๔๕ ท่านก็เดินทางไปอย่างสงบด้วยโรคหัวใจวายเฉียบพลัน สิริรวมอายุได้ ๓๔ ปี โดยทิ้งผลงานและคุณงามความดีไว้ให้ลูกศิษย์ลูกหาได้กราบไหว้มาจนปัจจุบันนี้

เมื่อท่านพระอาจารย์ต๊ะมรณภาพลงแล้ว คณะกรรมการวัดช้างและลูกศิยษ์ที่เคารพนับถือ จึงได้ตกลงร่วมกันให้เก็บสังขารของท่านบรรจุไว้ในโลงศพ แล้วทำพิธีสวดพระอภิธรรมติดต่อกันตลอดมา เป็นเวลานานเกือบ ๕ ปี และมีกำหนดพระราชทานเพลิงศพในวันที่ ๑๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๐ แต่ก่อนจะถึงกำหนดวันพระราชทานเพลิง คือวันที่ ๙ กุมภาพันธ์ คณะกรรมการและลูกศิษย์ของท่านจึงได้ทำพิธีเปิดโลงศพของท่าน แล้วทุกคนก็ต้องตกตะลึง เมื่อพบว่าสังขารของพระอาจารย์ต๊ะที่นอนสงบนิ่งอยู่ในโลงมานานกว่า ๔ ปี กลับไม่เน่าเปื่อย หรือมีกลิ่นเหม็นแต่อย่างใด ร่างของท่านเพียงแค่แห้งไปเท่านั้น

ท่านพระครูโสภณนาคกิจ อ.เดช เจ้าอาวาสองค์ปัจจุบัน จึงได้นำแผนทองคำเปลวมาปิดที่ใบหน้าของพระอาจารย์ต๊ะ และเปิดให้ประชาชนเข้ามาสักการะบูชา เมื่อข่าวแพร่กระจายออกไป บรรดาผู้ที่เคารพนับถือต่างเดินทางมากราบสังขารของท่านกันเป็นจำนวนมาก

ซึ่งทางวัดก็ได้จัดให้ประชาชนเข้ามากราบไหว้เป็นเวลา ๑ วัน รุ่งขึ้นวันที่ ๑๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๐ เวลา ๑๖.๐๐ น.จึงได้ประกอบพิธีพระราชทานเพลิงศพท่านพระครูธวัชภัทราภรณ์ ท่ามกลางประชาชนผู้มีจิตเคารพศรัทธาในองค์พระอาจารย์มาร่วมในพิธีนับหมื่นคน


พระกริ่งรุ่นแรกของท่าน รุ่น พระพุทธภัทญาณมุนี ปี 2535 สร้าง 108 องค์
พระกริ่งรุ่นสอง พระกริ่งใหญ่  วัดช้าง ปี 2545  สร้าง 2545 องค์
(48).jpg
P5020014.jpg
P5020011.jpg
P5010018.jpg
28.jpg
29.jpg
30.jpg
 เจ้าของ| tonbanna โพสต์เมื่อ 10-11-2010 11:45 | แสดงโพสต์ทั้งหมด
เหรียญรุ่นนี้จัดสร้างขึ้นในปี พศ. 2539 มีเนื้อทองคำ เนื้อเงิน  เนื้อนวะโลหะ ทองแดง เท่าที่ทราบมาว่ารุ่นนี้จัดสร้างและปลุกเสกที่กุฏิหลวงพ่อพรหม  วัดขนอนเหนือ  โดยมีคณาจารย์นั่งปรกด้วยกัน 3 รูปคือ  
1.  หลวงพ่อเฉลิม  วัดพระญาติ  
2. พระอาจารย์สาท(โม่ง) ธรรมโชติ  วัดขนอนเหนือ ศิษย์เอกสายตรงและมีศักดิ์เป็นหลานแท้ ๆ ของหลวงพ่อพรหม  วัดขนอนเหนือ
3. พระครูธวัชภัทราภรณ์ (อาจารย์ต๊ะ)  อดีตเจ้าอาวาสวัดช้าง

เนื้อนวโลหะ
เนื้อเงิน
เนื้อทองแดง
(2).jpg
(3).jpg
(12).jpg
(13).jpg
(10).jpg
(11).jpg
 เจ้าของ| tonbanna โพสต์เมื่อ 10-11-2010 11:52 | แสดงโพสต์ทั้งหมด
             สู่ยุคปัจจุบัน  

“พระครูโสภณนาคกิจ" นามเดิม ชื่อ เสนาะ นามสกุล หอมจันทร์ เจ้าอาวาสรูปที่ ๑๐ ฉายา อายุวฑฺฒโก อายุ ๔๐ พรรษา ๑๔ ปัจจุบันดำรงตำแหน่ง เจ้าอาวาสวัดช้าง

ชาติภูมิ
เกิดวันเสาร์ ที่ ๕ เดือนกันยายน พ.ศ.๒๕๑๓ ขึ้น ๕ ค่ำ เดือน ๑๐ ปีจอ
บิดาชื่อ แสวง มารดาชื่อ สำเนียง นามสกุล หอมจันทร์
บ้านเลขที่ ๓๗/๑ หมู่ที่ ๗ ตำบลบ้านนา อำเภอบ้านนา จังหวัดนครนายก

บรรพชา-อุปสมบท
วันอังคารที่ ๒๔ เดือนมีนาคม พ.ศ. ๒๕๔๑ แรม ๑๒ ค่ำ เดือน ๔ ปีฉลู วัดช้าง ตำบลพิกุลออก อำเภอบ้านนา จังหวัดนครนายก พระอุปัชฌาย์ พระครูปลัดธงชัย อติภทฺโท อดีตเจ้าอาวาสวัดช้าง พระกรรมวาจาจารย์ พระทองล้วน เขมฺปาโล เจ้าอาวาสวัดดอนเปร็ง พระอนุสาวนาจารย์ พระนิยม วชิโร วัดช้าง

สมณศักดิ์
* พ.ศ. ๒๕๔๒ ได้รับแต่งตั้งผู้ช่วยเจ้าอาวาส วัดช้าง ตำบลพิกุลออก อำเภอบ้านนา จังหวัดนครนายก
* พ.ศ. ๒๕๔๕ ได้รับแต่งตั้งเป็นผู้รักษาการแทนเจ้าอาวาสวัดช้าง ตำบลพิกุลออก อำเภอบ้านนา จังหวัดนครนายก
* พ.ศ. ๒๕๔๖ ได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสวัดช้าง ตำบลพิกุลออก อำเภอบ้านนา จังหวัดนครนายก
* พ.ศ. ๒๕๔๖ ได้รับแต่งตั้งเป็นพระกรรมวาจาจารย์ วัดช้าง ตำบลพิกุลออก อำเภอบ้านนา จังหวัดนครนายก
* พ.ศ. ๒๕๔๘ ได้รับแต่งตั้งเป็นพระครูสังฆรักษ์ ดำรงตำแหน่งฐานานุกรมใน พระราชวิจิตรปฏิภาณ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสุทัศนเทพวราราม ราชวรมหาวิหารเขตพระนคร กรุงเทพมหานคร พระราชาคณะชั้นราช
* พ.ศ. ๒๕๕๐ ได้รับแต่งตั้งเป็นพระครูปลัด ดำรงตำแหน่งฐานานุกรมใน พระราชวิจิตรปฏิภาณ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสุทัศนเทพวราราม ราชวรมหาวิหารเขตพระนคร กรุงเทพมหานคร พระราชาคณะชั้นราช
* พ.ศ. ๒๕๕๒ ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์แต่งตั้ง เป็น พระครูสัญญาบัตรพัดยศชั้นเอก ในราชทินนามที่ พระครูโสภณนาคกิจ (จร. ชอ.)

การศึกษาพุทธาคม
พระอาจารย์เดช ท่านเป็นศิษย์เอกสายตรงก้นกุฏิ “พระครูธวัชภัทราภรณ์ หรือ พระอาจารย์ต๊ะ” อดีตเจ้าอาวาสวัดช้าง ซึ่งเป็นผู้สืบทอดตำนานการสร้าง “พระกริ่งใหญ่ วัดช้าง” อันลือลั่น เป็นที่รู้จักกันดีในวงการผู้ที่นิยมพระกริ่งในเมืองไทย ทั้งนี้พระกริ่งวัดช้างถือเป็นพระกริ่งที่มีความเป็นมาเกี่ยวพันกับท่านเจ้าประคุณสมเด็จพระสังฆราช(แพ) วัดสุทัศน์เทพวราราม ท่านยังศึกษาวิชาตำราต่าง ๆ ที่ตกทอดมาจากอดีตเจ้าอาวาส พระครูภัทรกิจโกศล (หลวงปู่ภู) ภทฺทญาโน ศิษย์เอกก้นกุฏิหลวงพ่อเกิด วัดสะพาน พระครูภัทรกิจโกศล (หลวงปู่ภู) ภทฺทญาโน ท่านเป็นพระอุปัชฌาย์ ของพระครูธวัชภัทราภรณ์ (พระอาจารย์ต๊ะ) และพระอาจารย์เดชท่านยังได้มีโอกาสฝากตัวเป็นศิษย์ ได้ศึกษาวิชาจากหลวงพ่อสง่า วัดบ้านหม้อ จังหวัดราชบุรี เกจิอาจารย์ชื่อดังแห่งลุ่มแม่น้ำแม่กลอง หลวงพ่อฟ้าลิขิต วัดโสภณวนาราม จังหวัดลพบุรี หลวงพ่อรวย วัดตะโก จังหวัด พระนครศรีอยุธยา และท่านยังเป็นศิษย์ของพระอาจารย์สารท (โม่ง) ธรรมโชติ วัดขนอนเหนือ ศิษย์เอกและเป็นพระหลานชายแท้ ๆ ของหลวงพ่อพรหม วัดขนอนเหนือ อยุธยา และปัจจุบันนี้ท่านยังศึกษาวิชาต่าง ๆ จากพระเกจิอาจารย์อื่น ๆ อีกมากมาย

วัตถุมงคลของท่านที่เด่นมากที่ทำให้ลูกศิษย์ลูกหาท่านรู้จักมากและชื่อเสียงขจรขจายไปไกลที่นอกเหนือจากพระกริ่งรุ่นแรก รุ่นช้างสามเศียรแล้ว วัตถุมงคลเด่นที่ออกไปทางแนวเครื่องรางของท่าน นั่นคือ ช้างมงคลหล่อโบราณ ตะกรุดโทนเนื้อเงินรุ่นแรก จารมือ เป็นเครื่องรางที่มากด้วยประสบการณ์ ลูกศิษย์ท่านส่วนใหญ่นิยมช้างมงคล มาถึงวัดช้างครั้งใดลูกศิษย์ลูกหาของท่านก็มักจะมีคำถามว่า ช้างมงคลมีให้เช่าบูชาหรือไม่หมดหรือยัง เป็นที่ต้องการเป็นอย่างมาก และตะกรุดโทนของท่านเป็นที่ต้องการเป็นอย่างมากเช่นกัน เพราะมีน้อยมากที่ในแต่ละครั้งท่านจะสร้างตะกรุดขึ้นมาสักครั้งนึง ท่านมิได้สร้างออกมาบ่อยนัก และที่สำคัญสร้างค่อนข้างน้อย และปัจจุบันนี้ถึงจะเป็นเครื่องรางที่ถูกสร้างขึ้นมาใหม่ แต่ก็ได้รับความนิยมจากลูกศิษย์ท่านแทบทั้งสิ้น สร้างมาครั้งใดก็หมดจากวัดอย่างรวดเร็ว ถูกเก็บหมดจากศิษย์สายตรงไม่มีหลุดออกมาในสนามพระให้เห็น เพราะลูกศิษย์ลูกหาท่านเคารพและศรัทธาในตัวท่านเป็นอย่างมาก ไม่อยากให้ของที่ท่านให้มากับมือหลุดออกไปได้ง่าย ๆ ไม่ว่าท่านจะสร้างเครื่องรางออกมาสักกี่ครั้งเวลาเพียงไม่นานของท่านก็หมดอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะช้างมงคลรุ่นแรก สร้างมาน้อย เมื่อครั้งที่ท่านสร้างขึ้นมาเสร็จแล้ว ของท่านส่วนใหญ่ท่านก็จะเสกเดี่ยวของท่านด้วยตัวเอง และเมื่อครั้งที่ได้รับฎีกาอาราธนาไปนั่งปรกที่วัดสุทัศน์เทพวราราม ได้นำไปเสกด้วยโดยใส่ย่ามติดไปด้วย ในวัน เสาร์ที่ 16 กรกฏาคม ปี 2548 ในพิธีพระพุทธชินราชหมื่นยันต์ ในวันนั้นมีพระเถระคณาจารย์มากมายจากทั่วทุกสารทิศ นั่งปรกเต็มพระอุโบสถวัดสุทัศน์เทพวราราม หลังจากที่ท่านนั่งปรกมาเป็นเวลาไปหลายชั่วโมง ท่านเดินลงมาจากภายในพระอุโบสถเพียงเวลาชั่วครู่ก็มีประชาชนที่เข้าร่วมพิธีในพระอุโบสถในวันนั้นเป็นจำนวนมาก พอเห็นท่านเดินลงมาต่างวิ่ง-เข้ามาเพื่อขอวัตถุมงคลของท่าน ในวันนั้นท่านเกือบต้องแย่แน่ถ้าศิษย์ของท่านหรือเจ้าหน้าที่ ๆ เกี่ยวข้องไม่ออกมากั้นหรือจัดระเบียบใหม่ ลูกศิษย์ลูกหาท่านเบียดเสียดกันเยอะมากต่างก็อยากได้มีไว้ครอบครองกันแทบทั้งสิ้น บางท่านอายุมากแล้วแต่ก็ยังฝืนเบียดเสียดแย่งเข้ามาเพื่อขอช้างมงคล รุ่นแรกนี้ให้ได้แรงศรัทธาของลูกศิษย์ท่านดีมากครับ และปัจจุบันนี้ก็ถูกแสวงหากันค่อนข้างมากจากในกรุงเทพและปริมณฑล หรือจังหวัดอื่น ๆ ใกล้เคียง ที่เคารพนับถือท่าน ในเรื่องของเครื่องรางที่ท่านจัดสร้างขึ้นมา ส่วนใหญ่ท่านก็จะแจกอย่างเดียว แล้วแต่ญาติโยมที่จะทำบุญ ใครที่ผ่านมาแวะเข้ามากราบท่าน ไม่ว่ายากดีมีจน ท่านก็แจกให้หมดทุกคน เป็นว่าถ้ามาวัดช้างเมื่อรัยต้องได้รับช้างมงคลติดมือกลับกันไปแทบทั้งสิ้น และปัจจุบันนี้ ช้างมงคลถูกสร้างขึ้นมาถึง 6 รุ่นแล้วเนื่องจากไม่เพียงพอกับความต้องการของลูกศิษย์ท่าน ที่มาจากต่างจังหวัด ท่านใดผ่านมาก็ขอเชิญแวะมากราบท่านและอย่าลืมขอช้างมงคลท่านกันนะครับ..

ปัจจุบันนี้ ตำราวิชาต่าง ๆ มีอยู่มากมายที่ตกทอดกันมายาวนาน และที่เป็นตำราหลักของวัดช้างนั่นก็คือ ตำราการจัดสร้างพระกริ่ง หรือที่เราเคยได้ยินมาบ้างว่า (ตำราเล่มดำ) ของคุณตานิรันดร์ แดงวิจิตร หรือที่เรารู้จักท่านในนามว่า (พระครูหนู)

ปัจจุบันนี้ตำรานั้นก็ได้ถูกสืบทอดมาโดยตรงจากคุณตานิรันดร์ แดงวิจิตร มอบสู่ พระครูธวัชภัทราภรณ์ (พระอาจารย์ต๊ะ) ท่านมีศักดิ์เป็น พระหลานชายคุณตา และเมื่อพระอาจารย์ต๊ะท่านมรณภาพไปแล้วคุณตาก็ได้มอบหนังสือตำรานั้นให้กับ พระครูโสภณนาคกิจ (พระอาจารย์เดช) ได้สืบทอดเจตนารมณ์ในการจัดสร้างพระกริ่งต่อไปมิให้สูญหายไปจากตำนาน พระกริ่งวัดสุทัศน์ และในการนั้นคุณตานิรันดร์ แดงวิจิตร เมื่อสมัยที่ท่านยังแข็งแรงดีท่านยังเมตตาได้มอบชนวนมวรสารเก่าแก่ตั้งแต่ในสมัยท่านเจ้าประคุณสมเด็จพระสังฆราช แพ ทั้งหมด เป็นจำนวนมากให้กับท่านพระครูโสภณนาคกิจ วัดช้าง และเบ้าหลอมเททองหล่อพระกริ่ง แม่พิมพ์หรือต้นพิมพ์พระกริ่งให้กับพระอาจารย์เดช วัดช้าง เพื่อให้ท่านได้เก็บรักษาไว้และจะได้นำมาเป็นส่วนผสมในการจัดสร้างพระกริ่งของวัดช้างในครั้งต่อ ๆ ไปในอนาคต
(282).jpg
DSC04304.jpg
DSC04313.jpg
DSC04314.jpg
sun โพสต์เมื่อ 10-11-2010 11:53 | แสดงโพสต์ทั้งหมด
สวยเข็มขลังครับ
 เจ้าของ| tonbanna โพสต์เมื่อ 10-11-2010 11:55 | แสดงโพสต์ทั้งหมด
พระกริ่งวัดช้าง "รุ่นช้างสามเศียร" พระกริ่งรุ่นแรก-สร้างโดย "พระอาจารย์เดช"(พระครูโสภณนาคกิจ )วัดช้าง พ.ศ. ๒๕๔๖ เนื้อ นวโลหะ-มีจาร อ.บ้านนา จ.นครนายก
พระอาจารย์เดช "พระครูโสภณนาคกิจ"ท่านเป็นศิษย์เอก "พระอาจารย์ต๊ะ"(พระครูธวัชภัทราภรณ์ อดีตเจ้าอาวาสวัดช้าง ผู้สืบสานตำนานพระกริ่งของสมเด็จพระสังฆราช แพ วัดสุทัศน์ฯอันลือลั่น)ในปี พ.ศ.๒๕๔๖ พระอาจารย์เดช ท่านได้จัดสร้างพระกริ่ง "รุ่นช้างสามเศียร"รุ่นนี้ขึ้น ซึ่งถือว่าเป็นวัตถุมงคล รุ่นแรกของท่านอาจารย์ และจัดสร้างเพียง ๑๐๘ องค์ สร้างเพื่อ"บูชาพระคุณครูบาอาจารย์"

ทำพิธีเททองหล่อพระกริ่งที่วัดช้าง ในฤกษ์ วันวิสาขบูชา สร้างและเสกเดี่ยวตลอดไตรมาส แจกกรรมการวัดและศิษย์ใกล้ชิด พระกริ่งทุกองค์แต่งเป็นก้นถ้วย และพระอาจารย์เดช ได้จารใต้ฐานพระกริ่งเป็นฉายาของพระอาจารย์เดชเอง คือ "อายุวฑฺฒโก" กำกับอยู่ใต้ฐานทุกองค์ ทำการแต่งพระกริ่งโดย"ช่างอ้วน"หรือ คุณเสน่ห์ เจริญพร ซึ่งได้รับการถ่ายทอดการแต่งพระกริ่ง มาจาก อ.นิรันด์ แดงวิจิตร (อ.หนู ปรมาจารย์พระกริ่ง-พระชัยวัฒน์ สายสำนักวัดสุทัศน์เทพวราราม ) ซึ่งช่างอ้วน ได้แต่งเฉพาะส่วนฐานก้นถ้วย ส่วนใหญ่คงสภาพเดิมๆของการหล่อโบราณไว้ ผิวออกมาจึงดูขรุขระ เดิมๆ สวยตามธรรมชาติพระหล่อโบราณ ดูมีเอกลักษณ์ เข้มขลังน่าบูชาจริงๆ..)

ชนวนพระกริ่ง ส่วนใหญ่จะเอาชนวนเก่าที่สร้างพระกริ่งของวัดช้างที่ตกทอดสืบต่อกันมายาวนาน อีกพร้อมทั้งตะกรุดเก่าอาจารย์ต๊ะ, ตะกรุดหลวงพ่อภู วัดช้าง,ตะกรุดและชนวนเก่าของหลวงพ่อพรหม วัดขนอนเหนือเป็นต้น
พระกริ่งทุกองค์เนื้อจะแก่เงินออกกระแสเงินค่อนข้างมาก เพราะพระอาจารย์เดช ท่านใส่เงินพดด้วงลงไปเป็นจำนวนมาก อีกทั้งทองคำ,และชนวนมวลสารทั้งเก้าชนิด นำมาหล่อเป็นพระกริ่งรุ่นนี้ ซึ่งรวมเรียกว่า
"เนื้อ นวโลหะ-หล่อโบราณ" พระอาจารย์เดชท่านได้สร้างตามตำราเดิมของวัดช้างทุกอย่าง คือที่เรียกว่า "เทดินไทยหล่อโบราณ กริ่งในตัว"หล่อเป็นพระกริ่ง"รุ่นช้างสามเศียร"รุ่นแรก...

พระกริ่งรุ่นนี้ เป็นที่เสาะแสวงหาของศิษย์สายตรงและบุคคลทั่วไปครับ (ใครมีก็เก็บเงียบ..เพราะสร้างน้อย..หายากครับ)

ดังคำที่ท่านอาจารย์ท่านเคยบอกว่าพระกริ่งเป็นของสูงที่เราควรสักการะบูชา พุทธคุณเด่นครอบจักรวาล ดีทั้งนอกและใน แคล้วคลาดปลอดภัย เมตตาโชคลาภ
และนอกจากพระกริ่งช้างสามเศียร รุนแรกแล้วในพิธีเททองหล่อพิธีเดียวกันที่นับได้ว่าเป็นวัตถุมงคลรุ่นแรกของท่านคือ พระพุทธชินราช นวโลหะหล่อโบราณ เททองหล่อพร้อมกัน มีทั้งหมด 2 เนื้อ
เนื้อนวโลหะหล่อโบราณ สร้าง 1 ช่อ 19 องค์ เนื้อเมฆพัตรหล่อโบราณ สร้าง 1 ช่อ 19 องค์เช่นกัน
ทุกองค์จะถูกกำกับใต้ฐานด้านล่างขององค์พระด้วยฉายาของท่าน ทุกองค์ ว่า "อายุวฑฺฒโก"
(5).jpg
(6).jpg
(370).jpg
(392).jpg
(20).jpg
(84).jpg
92.jpg
91.jpg
 เจ้าของ| tonbanna โพสต์เมื่อ 10-11-2010 11:56 | แสดงโพสต์ทั้งหมด
ช้างมงคล
(345).jpg
(307).jpg
 เจ้าของ| tonbanna โพสต์เมื่อ 10-11-2010 11:59 | แสดงโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขล่าสุด tonbanna เมื่อ 10-11-2010 12:03

รุ่นสอง รุ่น ภัทรกิจโกศล (หลวงปู่ภู) รุ่นนี้จัดสร้าง 5 มีนาคม 2547 หลวงพ่อสง่า วัดบ้านหม้อมาเป็นประธานเททองหล่อและนั่งปรกเบ้าครับ รุ่นนี้จัดสร้าง 278 องค์
มีพระเกจิอาจารย์นั่งปรก 39 รูป ทั่วประเทศ พิธีใหญ่และท่านตั้งใจจัดสร้างเอง รายชื่อพระคณาจารย์ที่มานั่งปรกในสมัยนั้น ขออภันนะครับที่รวบรวมรายชื่อไม่หมดเนื่องจากจำไม่ได้แล้วครับ เอกสารสูญหายไปหมดเลยรวบรวมได้แค่นี้ผิดพลาดประการใดขออภัยด้วยนะครับ

1. หลวงพ่อสง่า วัดบ้านหม้อ ราชบุรี 2. หลวงพ่อเฉลิม วัดพระญาติ อยุธยา 3. หลวงพ่อเกิด วัดโพธิ์แทน นครนายก 4. หลวงพ่อเพี้ยน วัดเกรินกฐิน ลพบุรี
5. หลวงปู่ทิม วัดพระขาว อยุธยา 6. พระอาจารย์สารท (โม่ง) วัดขนอนเหนือ อยุธยา 7. หลวงพ่อพูลทรัพย์ วัดอ่างศิลา ชลบุรี 8. หลวงพ่อรวย วัดตะโก อยุธยา 9. หลวงพ่อเอียด วัดไผ่ล้อม อยุธยา 10. หลวงพ่อเจือ วัดกลางบางแก้ว นครปฐม 11. หลวงพ่อแย้ม วัดตะเคียน นนทบุรี 12. หลวงพ่อเพิ่ม วัดป้อมแก้ว อยุธยา 13. หลวงพ่อพูน วัดบ้านแพน 14. หลวงพ่อฟู วัดบางสมัคร 15. หลวงพ่อสาคร วัดหนองกรับ 16. หลวงพ่อศุข วัดทางกระบือ 17. หลวงพ่อสารันดร์ วัดดงน้อย ลพบุรี 18. หลวงพ่ออุ้น วัดตาลกง เพ็ชรบุรี 19. หลวงพ่อสมชาย วัดปริวาส 20. หลวงพ่อบุญมี วัดสุตธรรมมาราม นครนายก 21. หลวงพ่อไข วัดโพธินายก 22. หลวงพ่อชม วัดท่าทราย นครนายก 23. พระครูภัทรวิริยคุณ (หลวงพ่อถนอม) วัดสุทัศน์ กทม. 24. พระมหาประดิษฐ์ ถิรธมโม วัดสุทัศน์ กทม. 25. หลวงพ่ออุดมทรัพย์ วัดประสิทธิเวช นครนายก 26. พระเทพวรนายก อดีตเจ้าคณะจังหวัดนครนาก 27. พระอาจารย์ชาญณรงค์ วัดเลา

และในงานนั้นได้รับเมตตาจากปรมาจารย์พระกริ่งแห่งเมืองไทย ในสมัยสมเด็จพระสังฆราช แพ วัดสุทัศน์เทพวราราม คุณตานิรันดร์ แดงวิจิตร (พระครูหนู) มาเป็นประธานฝ่ายฆารวาสเป็นประธานบวงสรวงสิ่งศักดิ์สิทธิ์และบูรพาจารย์ที่เคารพนับถือ และร่วมเททองหล่อพระกริ่ง ในการจัดสร้างพระกริ่งรุ่น ภัทรกิจโกศล(ภู)

วัตถุประสงค์ เพื่อนำปัจจัยมาก่อสร้างวิหารหลวงพ่อดำ วัดช้าง และสร้างเขื่อนแนวกั้นน้ำตลิ่งลำคลอง
(326).jpg
(364).jpg
(414).jpg
(67).jpg
(224).jpg
(125).jpg
Jay โพสต์เมื่อ 10-11-2010 12:10 | แสดงโพสต์ทั้งหมด
    ขอบคูณ คับ  นำประวัติ และความเป็นมา  ที่หาชม ได้ยาก มาให้อ่านกัน

ลงให้ชม ให้อ่าน กันอีก นะคร๊าบ
kaineverdie โพสต์เมื่อ 10-11-2010 13:13 | แสดงโพสต์ทั้งหมด
รุ่นสอง รุ่น ภัทรกิจโกศล (หลวงปู่ภู)  เนื้อสวยมากครับ ราคาไปไกลหรือยังครับ
 เจ้าของ| tonbanna โพสต์เมื่อ 10-11-2010 13:31 | แสดงโพสต์ทั้งหมด
พื้นที่ไม่มีมาหมุนเวียนเลยครับถูกเก็บเข้ารังลูกศิษย์กันหมดครับ
คุณต้องเข้าสู่ระบบก่อนจึงจะสามารถตอบกลับโพสต์นี้ได้ เข้าสู่ระบบ | สมัครเป็นชาวเมืองเสน่ห์กาหลง

รายละเอียดเครดิต

|รายชื่อผู้กระทำผิด|Mobile|Archiver 

GMT+7, 22-11-2014 17:05 , Processed in 0.048398 second(s), 14 queries , Xcache On.

เมืองเสน่ห์กาหลง Khalong Charming Town

Powered by Discuz! © 2001-2013 Comsenz Inc.

ตอบกระทู้ ขึ้นไปด้านบน ไปที่หน้ารายการกระทู้